| การดูดาวให้เป็นคือการรู้จักดาว รู้ว่าดาวใดเป็นดาวเคราะห์
รู้จักกลุ่มดาวสำคัญ ๆ รู้จักกลุ่มดาวเดือนต่าง ๆ รู้จักดาวฤกษ์ที่สว่างมาก
ๆ รู้ว่าผลที่เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเองคือ ผลจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์คืออะไร
นอก จากนี้ยังควรรู้จักปรากฏการณ์ เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา ฝนดาวตก
ดาวหาง รู้จักโครงสร้างของระบบสุริยะ ตลอดทั้งตำแหน่งของระบบสุริยะในดาราศาสตร์
บอกได้ว่าอย่างไรเป็นดาวเคราะห์ หรือดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ท ี่เห็นด้วยตาเปล่า
5 ดวง ล้วนปรากฏสว่างมาก โดยเฉพาะดาวศุกร์ซึ่งสว่างรองจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
หาก เห็นทางทิศตะวันออกก่อนรุ่งอรุณเรียกว่า "ดาวรุ่ง" หรือ
"ดาวประกายพรึก" หากเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาหัว ค่ำเรียกว่า
"ดาวประจำเมือง" ดาวศุกร์จึงเป็นดาวที่ดูง่าย
ดาวเคราะห์ที่สว่างรองจากดาวศุกร์คือ "ดาวพฤหัสบดี" เป็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุด
เมื่ออยู่ตรงข้ามกับ ดวงอาทิตย์จะสว่างที่สุดและเห็นได้ตลอดทั้งคืน
เพราะขึ้นทางทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ อยู่สูงสุดในเวลาเที่ยงคืน และตกทางทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด
และเป็นตำแหน่งที่โลกอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่สุด
ดาวเคราะห์เหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มดาวจักรราศี และดวงจันทร์มักจะผ่านเฉียดดาวเคราะห์เป็นประจำเดือนละครั้ง
ดังนั้นเมื่อเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวสว่างดวงใด ดาวสว่างดวงนั้นมักเป็นดาวเคราะห์
มีบ่อยครั้งที่ดวงจันทร์เสี้ยว จะอยู่ใกล้ ๆ ดาวศุกร์ เป็นปรากฏการณ์
"ดาวเคียงเดือน" ที่สวยงาม
ในปี 2541 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเคราะห์มากจนเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์
หลายครั้ง ซึ่งเป็นได้ในประเทศไทย เช่น ในเดือนมกราคม เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเสาร์
ในเดือนเมษายน เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์ผ่านเฉียดดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี
และดวงจันทร์บังดาวพฤหัสในเดือนตุลาคม เป็นต้น
ดาวเคราะห์เป็นดาวที่อยู่ใกล้เพราะอยู่ในระบบสุริยะ ดังนั้นเมื่อเอากล้องโทรทรรศน์มาส่องดูจึงเป็นดวงกลม
โต เช่นเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดวงใหญ่พร้อมบริวารเรียงเป็นแถวจำนวน 4
ดวง หรือเห็นดาวเสาร์ซึ่งมีวงแหวนที่ สวยงาม เห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์
แต่ถ้าเป็นดาวฤกษ์ซึ่งอยู่ใกล้จะเห็นเป็นจุดสว่างเมื่อดูผ่านกล้อง
โทรทรรศน์
เนื่องจากดาวเคราะห์เคลื่อนรอบดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกด้วยความเร็วต่าง
ๆ กัน ดาว เคราะห์ที่เคลื่อนที่เร็วกว่าก็จะวิ่งไปทันและแซงหน้าดาวเคราะห์ดวงที่เคลื่อนช้ากว่า
ในแต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่ดาว ศุกร์ผ่านใกล้ ๆ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์
การที่ดาวสว่างหลายดวงมาปรากฏอยู่ใกล้กันบนฟ้าก็เป็นปรากฏการณ์ที่
น่าตื่นเต้นเหมือนกัน
เราอาจเรียกดาวเคราะห์ที่เห็นด้วยตาเปล่า 5 ดวง และดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ว่า
"ดาวเคราะห์โบราณ" เพราะ คนโบราณเห็นว่าเป็นดาวพเนจร ดังนั้นดาวเคราะห์โบราณจึงเป็นดาว
"วันเกิด"
ดาวเดือนเกิด ดาวเดือนเกิดไม่ใช่ดาวดวงเดียวโดด ๆ เหมือนดาววันเกิด
แต่เป็นดาวหลายดวงที่เรียงเป็นรูป ต่าง ๆ กันเรียกว่าเป็นกลุ่มดาวหรือหมู่ดาว
ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "Constellation" ซึ่งมาจากคำว่า Con
แปล ว่าอยู่ด้วยกัน กับคำว่า Stella แปลว่า ดาวฤกษ์ กลุ่มดาวฤกษ์จึงหมายถึงบริเวณท้องฟ้าแคบ
ๆ ที่ดาวฤกษ์เรียงกันอยู่ ถ้าเรียงเป็นรูปแมงป่องก็เรียกว่ากลุ่มดาวแมงป่อง
ถ้าเรียงกันเป็นรูปสิงโตก็เรียกว่ากลุ่มดาวสิงโต
นักดาราศาสตร์แบ่งทรงกลมฟ้าออกเป็น 88 เขต จึงมีกลุ่มดาวทั้งหมด 88
กลุ่ม แม้จะมีกลุ่มดาวจำนวนมาก แต่มีกลุ่มดาวสำคัญและกลุ่มดาวเด่นจำนวนไม่มากนัก
เช่น กลุ่มดาวเดือนเกิด มี 12 กลุ่ม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กลุ่มดาวจักรราศี"
เป็นกลุ่มดาวซึ่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ผ่าน ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนที่
ผ่านกลุ่มดาวจักรราศีจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตกไปทิศตะวัน
ออก ซึ่งใช้เวลารอบละ 1 ปี หรือ 12 เดือน
ดังนั้นเมื่อดูจากโลกจึงเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวจักราศีต่าง
ๆ โดยกลับมาถึงที่เดิมในเวลา 1 ปี เส้น ทางที่ดวงอาทิตย์ผ่านเรียกว่า
"สุริยวิถี" ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ย้ายได้ 1 รอบหรือ 360
องศา ในเวลา 12 เดือนจะไป ได้ไกล 30 องศา ช่วง 30 องศา เรียกว่า 1
ราศี การย้ายราศีเรียกว่า "สงกรานต์" และการย้ายเข้าสู่ราศีเมษเรียกว่า
"มหาสงกรานต์"
กลุ่มดาวเดือนเกิดเป็นกลุ่มดาวคงที่ แต่ราศีของดวงอาทิตย์เขยื้อนไปทางทิศตะวันตกตลอดเวลา
และจะใช้เวลา 26,000 ปี จึงจะกลับมาตรงที่เก่า ในอดีตเมื่อกว่า 2,000
ปีมาแล้ว ดวงอาทิตย์อยู่ในราศีเมษ จะตรงกับกลุ่มดาว แกะ ปัจจุบันดวงอาทิตย์อยู่ในราศีเมษตรงกับกลุ่มดาวปลา
ซึ่งอยู่ถัดกลุ่มดาวแกะไปทางทิศตะวันตก จุดเริ่มต้นนับ ราศีเมษจะเลื่อนไปอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำในอีก
2,000 ปีข้างหน้า
ดังนั้นชื่อราศีกับชื่อกลุ่มดาวจึงไม่ตรงกัน แต่เมื่อพูดถึงเดือนสุริยคติที่เป็นภาษาไทยจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาว
หรือราศีในอดีตทั้งสิ้น เช่น เดือนพฤศจิกายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวแมงป่อง
(พฤศจิก) ดังนั้นจึงเรียกกลุ่มดาวแมง ป่องว่ากลุ่มดาวเดือนพฤศจิกายน
(อายน แปลว่า มาถึง หรือมาแล้ว พฤศจิกายนจึงแปลว่ามาถึงแมงป่อง หรือแมงป่องมาแล้ว)
กลุ่มดาวเดือนพฤศจิกายนเป็นกลุ่มดาวเด่นอยู่ทรงซีกฟ้าใต้ ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ตกทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ เมื่อขึ้นไปสูงสุดจะอยู่ทางทิศใต้ โดยอยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศใต้เป็นมุมเงย
45 องศา (กลางตัว) ลักษณะท่า ทางของตัวแมงป่องจะต่างกันเมื่อเทียบกับขอบฟ้า
โดยขึ้นแบบตั้งตรง ขณะอยู่สูงสุดจะเอียงประมาณ 45 องศา กับแนวที่ขนานกับขอบฟ้า
และตกแบบตะแคง มีดาวอย่างน้อย 15 ดวงที่เรียงกันเป็นรูปแมงป่อง ถ้านับจากหัวลงมา
ถึงดวงที่ 5 จะเป็นดาวฤกษ์สีแดง ชื่อว่าดาวปาริชาติ หรือคู่แข่งดาวอังคาร
(Antares) ดาวดวงนี้สว่างที่สุดใน กลุ่มและเป็นดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ใหญ่
เพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 400 เท่าของดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่มี
อุณหภูมิผิวต่ำและอยู่ในวัยชราแล้ว
- เดือนธันวาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู
- เดือนมกราคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวมกร
- เดือนกุมภาพันธ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนแบกหม้อ
- เดือนมีนาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวปลา
- เดือนเมษายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวแกะ
- เดือนพฤษภาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาววัว
- เดือนมิถุนายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนคู่
- เดือนกรกฎาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวปู
- เดือนสิงหาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวสิงโต
- เดือนกันยายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวผู้หญิงสาว
- เดือนตุลาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคันชั่ง
กลุ่มดาวเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม และครึ่งหนึ่งของกลุ่มดาวเดือนมีนาคม
กับครึ่งหนึ่งของกลุ่มดาวเดือนกันยายนอยู่ในซึกฟ้าด้านเหนือ กลุ่มดาวที่เหลืออยู่ในซีกฟ้าด้านใต้
กลุ่มดาวจักรราศีที่มีดาวฤกษ์สว่างมาก ๆ อยู่ด้วยมี 5 กลุ่ม คือ กลุ่มดาวแมงป่อง
(ดาวดวงสว่างคือดาวปาริ ชาติ) กลุ่มดาววัว (ดาวดวงสว่างคือดาวตาวัว
หรือดาวผู้ติดตาม หรืออัลดิบะแรน) กลุ่มดาวคนคู่ (ดาวดวงสว่างคือ ดาวคาสเตอร์
ซึ่งอยู่ทางเหนือของดาวพอลลักซ์) กลุ่มดาวสิงโต (ดาวดวงสว่างคือดาวหัวใจสิงห์)
และกลุ่มดาวผู้ หญิงสาว (ดาวดวงสว่างที่สุดในกลุ่มคือดาวรวงข้าว หรือสไปกา)
|