หวัดดีครับคุณเอ๋ ต้องขอบคุณอีกครั้งที่แวะเอาข้อมูลเที่ยวดีๆ มาฝากเพื่อน ผมได้ฟังเรื่องเล่าที่ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ก็อยากจะมาแบ่งปันให้เพื่อนได้ฟังกัน
เป็นไงมาไงครับถึงได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ครับ
เคยดูทางทีวี และได้ยินถึงความสวยงาม ความอลังการของพิพิธภัณฑ์แห่งนี่ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคือมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากสำหรับคนที่ไปกราบไหว้
ผมเห็นรูปช้างสามเศียรตัวใหญ่มากเลยครับ มีอะไรที่น่าสนใจกว่าที่เห็นไหม
ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี่จะมีมัคคุเทศพาเราชม บรรยายถึงภายในตัวช้างให้เราฟังด้วย แต่ตอนนี่เอ๋จะขอเป็นมัคคุเทศบรรยายให้ฟังก่อนโดยคราว ๆ น่ะ เริ่มจากภายในตัวช้างจะแบ่งเป็น 3 ชั้น (ไม่น่าเชื่อเลย) ชั้นล่างสุดจะเป็นชั้นบาดาล ชั้นกลางจะเป็นชั้นของโลกมนุษย์ และชั้นบนสุดจะเป็นสรวงสวรรค์ เรามาคุยถึงที่ล่ะส่วนก่อนน่ะ เริ่มจากชั้นบาดาล ซึ่งเป็นชั้นด้านล่างสุดของตัวภายในช้าง ภายในจะเป็นที่จัดโชว์เครื่องใช้สมัยเก่าซึ่งหาชมได้ยาก (ชั้นนี่ห้ามถ่ายรูป) ชั้นต่อไปจะเป็นชั้นของโลกมนุษย์ จัดโชว์ศิลปะมากมายโดยฝีมือมนุษย์จัดทำขึ้น ชั้นต่อไปเราจะขึ้นสู่ชั้นสรงสวรรค์ แต่ก่อนจะขึ้นไปนั่นจะมีที่กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมกันก่อน จากนั่นก็ค่อยขึ้นไป ที่นี่มีความแปลกในเรื่องของความเชื่อคือจะมีบรรไดทางขึ้นเป็นสีขาวและลงเป็นสีชมพู โดยเราจะขึ้นจากบรรไดสีขาวเขาว่าขึ้นทางนี่จะได้เงิน และถ้าลงต้องลงทางสีชมพูจะได้ทอง (เหมือนคำที่ว่าคิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทองน่ะ) สุดทางขึ้นเราต้องเจอกับสิงห์โตที่เฝ้าทางก่อน (ถ้าใครถือเคล็ดก็ให้เอาเศษเงินวางไว้ที่ปากสิงห์โตก่อนขึ้นได้น่ะ ) ทางขึ้นต่อไปจะมี 2 ทาง ทางบรรไดเป็นบรรไดวน กับทางลิฟท์ เลือกเอาแล้วแต่สะดวกจ้า ขึ้นไปแล้วเห็นถึงความงามของสวรรค์คือมีพระพุทธรูปของพระพทธเจ้า และพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดให้เรากราบไว้กัน อ๋อลืมบอกไปนิดนึง จะมีจุดชมวิวเป็นกระจกสี่เหลี่ยมเล็กมองจากด้านข้างท้องช้างลงมาสู่ด้านล่างด้วย ขอบอกสวยมาก ๆ บรรยายยังไงก็ไม่หมดถึงความสวย ยังไงเพื่อน ๆ แวะไปชมความงามกันน่ะ
ที่นั่นเขามีกิจกรรมอะไรให้นักท่องเที่ยวได้ทำบ้างนะ
นอกจากเดินชมภายในตัวช้างแล้ว ด้านนอกก็มีให้ไหว้สักการะบูชาช้างสามเศียร และไหว้สักการะพระพิฆเนศ (ตรงนี่จะมีจัดแบบเป็นป่าหิมพานต์ มีสัตว์ในวรรณคดีด้วย มีความเชื่อว่าต้องผ่านป่าหิมพานต์ก่อนถึงจะขึ้นสรวงสวรรค์ ) ข้างตัวช้างจะมีสายน้ำรอบตัวช้างจัดทำไว้เผื่อ ลอยดอกบัว สามารถซื้อได้จากซุ้มที่จัดเตรียมไว้ (สำหรับผู้ไม่ได้ซื้อบัตรเข้าชมภายในตัวช้าง) แต่ผู้ที่เข้าชมภายในตัวช้างเอาบัตรไปแลกได้เลยค่ะ ลืมบอกไปนิด เตรียมเหรียญไปนิดนึง ไปโยนอธิฐานเสี่ยงทายตรงที่มีลอยดอกบัว สวยงามมากค่ะ
เข้าชมต้องเสียค่าใช้จ่ายใหมครับ
เสียค่าเข้าชมแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 ไม่ได้เข้าชมภายในตัวช้างจะเสียค่าเข้า 50 บาท แบบที่ 2 เข้าชมภายในตัวช้าง 150 บาท รวมค่าดอกไม้สักการะบูชาแล้ว
เรื่องเดินทางสะดวกใหมครับ ใช้เวลาในการเดินทางนานใหม
การเดินทางสะดวก ไปได้ทั้งทางรถส่วนตัว กับรถประจำทาง หากท่านใดสนใจสามารถดูรายละเอียดได้จากเว็ปไชต์ http://www.erawan-museum.com/
ต้องขอบคุณ คุณเอ๋มากที่เอาเรื่องดีๆ มาฝากเพื่อนๆ ผมเวะไปเก็บรายละเอียดการเดินทางมาฝากเล็กน้อยครับ
การเดินทาง
ขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท หลังจากที่ขับรถผ่านทางแยกที่จะไปบางพลี ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ก่อนจะถึงทางแยกปากน้ำ
ถ้าหากเลือกใช้รถโดยสารประจำทางของ ขสมก ก็จะมีสายรถเมล์ที่วิ่งผ่าน พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ดังนี้คือ รถเมล์สาย 25, 102, 142, 365, 507, 511 และสาย 536 |